กลับมาพบกับบทสัมภาษณ์ริบุซังกันอีกครั้งนะคะ (อีกแล้ว 55)

คราวนี้มากัน 3 คนเลย ทั้งริบุซัง มิกิโตะP และ 40mP

บทสัมภาษณ์นี้นอกจากจะคุยถึงอัลบั้มใหม่ริบุซังที่เพิ่งวางขายไปแล้ว

ยังมีประเด็นน่าสนใจให้อ่านกันอีกเยอะเลย ไม่ว่าจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของโวคาลอยด์P และอุไทเทะ

หรือเรื่องราวเกี่ยวกับ nico nico douga ที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง

บทสัมภาษณ์ทั้งเนื้อหาและรูปภาพครั้งนี้นำมาทางจากเว็บ natalie นะคะ

สามารถตามไปอ่านบทสัมภาษณ์ภาษาญี่ปุ่นได้ ที่นี่

 และขอฝากอัลบั้ม Riboot ไว้ด้วยนะคะ มันคุ้มค่ามากจริงๆ  

อัลบั้มนี้ดีกรีถึงอันดับ 2 Oricon Weekly Chart ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่วางขายเลยนะ

ไม่สนไม่ได้แล้ว!! 

ชักสงสัยว่าใครเจ้าของอัลบั้มกันแน่ 55


 
Limited Edition : Amazon
Normal Edition : Amazon

 

โวคาลอยด์P ก็อยู่กับโวคาลอยด์P อุไทเทะก็อยู่กับอุไทเทะ

________________________________________________________________________

──จริงๆ แล้วทาง Natalie ก็เพิ่งเคยได้สัมภาษณ์โวคาลอยด์P กับอุไทเทะพร้อมกันครั้งนี้เป็นครั้งแรกนะครับ 

ริบุ : อ้ะ อย่างงั้นเหรอครับ

 

──เพราะฉะนั้นก่อนเข้าเรื่องอัลบั้ม อยากทราบว่าปกติแล้วโวคาลอยด์P กับอุไทเทะสนิทสนมกันขนาดไหน

ทุกคนว่ายังไงกันบ้าง

ริบุ : มิกิโตะPแต่งเพลงให้ผมเป็นครั้งที่ 3 แล้วครับ ถ้าเป็นเรื่องงานก็พอได้เจอกันบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลย

ที่ทั้งมิกิโตะP และ 40mP มาช่วยดูตอนอัดเสียงให้ ส่วนถ้านัดพบกันส่วนตัวก็...อ้ะ เคยไปดื่มด้วยกันครั้งหนึ่งครับ

มิกิโตะP : ใช่ครั้งนั้นหรือเปล่า ถ้าครั้งนั้นล่ะก็ส่วนตัวแน่ๆ ล่ะ

ริบุ : ใช่ครับ แต่โอกาสพบกันก็ยังน้อยอยู่

มิกิโตะP : ผมไม่ค่อยเห็นโวคาลอยด์P กับอุไทเทะที่สนิทกันมากๆ เลยนะ แน่นอนว่ามีคนที่สนิทกันอยู่บ้าง 
เจอกันเป็นประจำก็มี แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้นหรอกครับ

40mP : แต่ไหนแต่ไร ผมก็ไม่ค่อยมีเพื่อนโวคาลอยด์P อยู่แล้ว (หัวเราะ) แต่สำหรับผมแล้ว อุไทเทะก็มีชีวิตอยู่

ในอีกโลกที่ผมไม่รู้จักเหมือนกันครับสำหรับโวคาลอยด์Pแล้ว คนที่แต่งเพลงหรือคนที่มีความชอบเหมือนๆ กัน

ก็ยังมีอยู่ค่อนข้างเยอะ แต่ถ้าถามว่าปกติอุไทเทะเขาใช้ชีวิตแบบไหนกัน ผมก็จินตนาการไม่ค่อยออกเหมือนกันนะ

ริบุ : จริงครับ โวคาลอยด์P ก็มักจะคบกับโวคาลอยด์P ส่วนอุไทเทะก็มักจะอยู่กับอุไทเทะด้วยกันเองมากกว่า

อย่างใน EXIT TUNES ACADEMY ถึงจะเป็นไลฟ์อีเว้นท์ของทั้งสองฝ่าย...

มิกิโตะP : อย่างตอนนั้น โวคาลอยด์P ก็ยังอยู่กับโวคาลอยด์P เหมือนเดิม

ริบุ : ใช่ครับ ในห้องแต่งตัว โวคาลอยด์P ก็จะจับกลุ่มคุยกันเรื่องอุปกรณ์หรือซอฟท์แวร์ ส่วนอุไทเทะก็จะคุยกัน

เรื่องวิธีร้อง


"Utattemita" ก็เหมือน street live

__________________________________________________________________________

 ──เข้าใจแล้วครับ มาคุยกันต่อเรื่องอัลบั้มใหม่ริบุซังกัน หลังอัลบั้มเก่าวางขายไปก็ผ่านมา 1 ปี 3 เดือนแล้ว

อัลบั้ม Riboot นี้เริ่มต้นเป็นมายังไงบ้างครับ

ริบุ : หลังจากอัลบั้ม Rib on วางขายเมื่อเดือนกันยายน 2 ปีก่อน ผมก็มีเรื่องยุ่งๆ มาตลอด เลยไม่ค่อยได้ทำ

กิจกรรมเหมือนอุไทเทะทั่วไปเสียเท่าไร พอเริ่มมีเวลาบ้างก็เลยกลับมาเป็นอุไทเทะได้ แล้วช่วงนั้นมีคนมา

คุยเรื่องอัลบั้มที่ 2 พอดี ผมเลยตอบรับไปครับ

 

──ปกติอุไทเทะจะเริ่มจากการอัพวิดีโอลง utattemita ใน nico nico douga ถ้าเทียบกันแล้วตอนนี้ก็ค่อนข้าง

ใกล้เคียงกับมืออาชีพหรือเมเจอร์อาร์ทิสต์ที่ได้ออก CD และแสดงสดเลย แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันเสียทีเดียว

ริบุซังคิดว่ายังไงบ้างครับ

ริบุ : สำหรับผมแล้วไม่ใช่เลยครับ เป็นคนละเรื่องกันเลย ที่ทำให้ผมมาเป็นอุไทเทะในวันนี้เริ่มตั้งแต่สมัยผมเป็น

นักเรียนได้ร้องเพลงที่โวคาลอยด์P แต่งเหมือนได้ร้องคาราโอเกะแล้วก็เอามาอัพโหลดบนอินเทอร์เน็ต

ผมคิดว่า "ก็น่าสนุกดีนะ" สำหรับผม "Utattemita" ก็เหมือน street live ที่ใช้อินเทอร์เน็ตแทนพื้นที่แสดง

พอเป็นอินเทอร์เน็ตแล้ว อะไรๆ ก็ง่ายกว่าการร้องตามไลฟ์เฮาส์หรือตามท้องถนน ไม่ต้องไปแจกจ่ายซีดีให้

แต่ละแผ่นๆ เหมือนแต่ก่อน เพราะทุกคนก็สามารถฟังได้บนอินเทอร์เน็ต ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าดีครับ


──ถ้าพูดถึง street live อย่าง Yuzu (นักร้องดูโอที่โด่งดังจากการเล่นดนตรีเปิดหมวก) ก็ได้ไปเล่นกีตาร์

แสดงสดที่โยโกฮาม่า แต่หลังจากเมเจอร์เดบิวท์ สำหรับนักดนตรีแล้วคงเปลี่ยนไปพอสมควร

ทั้งความคิดปัจจุบันเทียบกับสมัยที่ทำ street live และสิ่งแวดล้อมต่างๆ ด้วย เลยคิดว่าช่วงเวลา 1 ปีที่ผ่านมา

ริบุซังคงจะมีความคิดอะไรที่เปลี่ยนไปบ้าง

ริบุ : นั่นสินะครับ ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าตอนที่ Yuzu ซังแสดง street live จะมีความรู้สึกแบบไหน แต่ตัวผม

เริ่มร้องเพลงจากความชอบส่วนตัว ตอนนี้ก็ไม่มีความตั้งใจจะเปลี่ยนความคิดจากตรงนั้นหรอกครับ แต่พอมี

คนฟังมากขึ้นรอบๆ ตัวก็เปลี่ยนไป รู้สึกว่า "ว้าว นี่มันเป็นกลายเป็นเรื่องสุดยอดไปแล้ว" จะว่าเกร็งขึ้นก็ไม่เชิง

ทำให้ผมต้องเรียนรู้เพิ่มขึ้นอีกมากกว่า


จุดเปลี่ยนของเรื่องราว จากปี 2009 ถึงปี 2010  

__________________________________________________________________________

──ตอนแรกก็เริ่มจากความสนใจ กึ่งจริงกึ่งเล่น แต่พอเริ่มเป็นที่รู้จัก บางคนก็ผันตัวไปเป็นครีเอเตอร์บ้าง

นักดนตรีบ้าง คิดว่าสำหรับโวคาลอยด์P ก็คงไม่ต่างกัน คุณ 40mP คิดว่าอย่างไรบ้าง

40mP : เหมือนกันเลยครับ ผมชอบ Yuzu ซังที่เพิ่งพูดถึงเมื่อกี้มากครับ ตอนม.ปลายผมก็เคยแสดง street live

อยู่หลายครั้ง แต่ไม่ค่อยเป็นที่สนใจ ไม่ค่อยมีคนหยุดดูเท่าไร ถ้าตามท้องถนน ยังไงคนก็จะไปรุมดูนักร้อง

หรือนักดนตรีเก่งๆ แสดงกันมากกว่า แต่ถ้าใช้ Hatsune Miku หรือ GUMI ก็จะได้แสดงให้เห็นถึงตัวเพลงดีๆ ได้

ผมเลยทดลองอัพโหลดวิดีโอดู

มิกิโตะP : ในกรณีของผมอาจไม่ได้เริ่มจากความสนใจหรือกึ่งจริงกึ่งเล่นเสียเท่าไร ตอนแรกก็อยากทดสอบ

ความสามารถตัวเอง แต่หลังจากทำไป 3 เพลงก็เริ่มรู้สึกว่า "เริ่มจริงจังเถอะ"


──อย่างนี้นี่เอง แต่อาจเป็นเพราะทั้งสองคนเริ่มต้นในช่วงเวลาที่ต่างกันหรือเปล่า คุณ 40mP และคุณมิกิโตะP

เริ่มมีผลงานครั้งแรกเมื่อไร

40mP : ของผมฤดูร้อนปี 2008 ครับ

มิกิโตะP : ของผมหลังจากนั้นหน่อยครับ น่าจะเดือนมีนา 2010 หรือเปล่านะ


──นั่นสินะ สำหรับผมแล้วช่วงปี 2009 ถึง 2010 เป็นจุดเปลี่ยนของโวคาลอยด์และ nico nico douga เลยนะ

มิกิโตะP : จริงด้วยครับ ค่อยๆ มีคนแบบผมเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ แล้ว (หัวเราะ)

40mP : เป็นช่วงปีที่อยู่ๆ งานทุกคนก็อัพคุณภาพขึ้นมาทันตาเลย


──ใช่แล้ว ต่างจากคุณ 40mP ที่เริ่มผลิตผลงานครั้งแรกปี 2008 ครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาช่วงปี 2010

ก็มีเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเหมือนตอนที่คุณมิกิโตะP เพิ่งเริ่มต้น พวกครีเอเตอร์ก็จะตั้งเป้าหมายกันว่า

"ถ้าคนพวกนั้นยังพัฒนาได้ทำไมเราจะทำไม่ได้" แบบนั้นหรือเปล่า เหมือนเป็นผลมาจากความชื่นชมกับ