Source : http://natalie.mu/music/pp/rib02

Translator : @PuRoii

 

 

การรวมตัวที่กลายเป็นจริง

__________________________________________________________________


── นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ริบุซังขอให้โออิชิซังแต่งเพลงให้ เรื่องมันเป็นยังไงมายังไงกันเหรอ 

โออิชิ : ได้ยินมาจากคนรู้จักที่เป็น recording engineer บอกว่า "อุไตเตะที่ชื่อริบุคุงอยากให้ช่วยแต่งเพลงให้หน่อยน่ะ โออิชิคุงช่วงนี้ยุ่งอยู่หรือเปล่า" ผมเลยตอบไปว่า "ไม่ครับ ผมทำได้! อีกอย่าง ผมรู้จักริบุคุงอยู่แล้วด้วย!" ก็เลยได้มาแต่งเพลง Fukashin ryoiki Destroyer อย่างที่เห็นนี่แหละครับ

── ทางริบุซังเป็นคนขอไปสินะ 

ริบุ : ใช่ครับ ตั้งแต่ตอนม.ปลายผมชอบฟังเพลงของ Sound Schedule อยู่แล้ว ตั้งแต่นั้นมาก็เป็นแฟนเพลงชองโออิชิซังมาตลอดเลยครับ

โออิชิ : ส่วนผมก็ชอบเข้านิโกะบ่อยๆ อยู่แล้ว เลยรู้จักริบุคุง ในบรรดาเหล่าอุไตเตะก็ได้ยินมาว่าเป็นระดับท็อปคลาสคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ ไม่อยากเชื่อว่าจะมาเสนอโอกาสให้ผมแบบนี้! และแน่นอนว่าผมก็รู้จักมิกิโตะพีมาก่อนแล้วเหมือนกัน

มิกิโตะP : จริงเหรอครับ!?

โออิชิ : ใช่แล้วครับ เพราะฉะนั้นเลยตั้งใจจะมาบอกในการสัมภาษณ์ครั้งนี้พอดี

 


   
 
 
 
 
2014 ปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

_________________________________________________________________

 

 ── ในการสัมภาษณ์กับ natalie เมื่อปีที่แล้วกับอัลบั้มRibootตอนสุดท้ายที่ถามถึง "ปณิธานในปี 2014 " มิกิโตะP เคยตอบมาว่า "ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องอนาคตเท่าไร"

มิกิโตะP : อ้ะ จริงด้วยครับ เคยพูดแบบนั้นออกไปอยู่เหมือนกัน

── มองย้อนกลับไป 1 ปีแล้วเป็นยังไงบ้าง

มิกิโตะP : ปี 2014 สำหรับผมแล้วนับว่าเป็นปีที่ทำงานดนตรีเยอะที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ได้ออกอัลบั้มของตัวเองด้วย เป็นปีที่ในที่สุดก็สามารถตอบสนองความต้องการที่ว่า "จะทำแต่งานดนตรีอย่างเดียว" ได้อย่างดีเลยล่ะครับ

── แล้วริบุซังล่ะ ปี 2014 เป็นปีอย่างไรบ้าง 

ริบุ : สำหรับผมแล้วปี 2014 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เดือนมกราก็ออกอัลบั้ม Riboot อัลบั้มที่ 2 ไป เดือนตุลาก็มีโอกาสได้ทำวันแมนไลฟ์ครั้งแรกในชีวิต เหมือนเปลี่ยนจากอินเทอร์เน็ตใต้ดินไปเป็นเมเจอร์เลยครับ แต่ความรู้สึกขณะร้องเพลงของผมไม่เปลี่ยนไปเลย เป็นปีที่ดีครับ

── มิกิโตะP คิดอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงของริบุซัง

มิกิโตะP : ผมว่าริบุคุงเป็นคนที่พัฒนาไปไกลมาก ครั้งแรกที่แต่ง Sarishinohara พอกลับมาฟังก็รู้สึกว่าเป็น เพลงที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อนดี แต่ในครั้งถัดมาอย่าง Yonjuunana ตามมาด้วย Akaito ก็ค่อยๆ พัฒนามากขึ้นเรื่อยๆ  รู้สึกประทับใจที่ได้ฟัง "เสียงที่แท้จริง" ของริบุคุง

ริบุ : ดีใจจังครับ ขอบคุณครับ

── ปี 2014 โออิชิซังก็เริ่มต้นงานโซโล่ 

โออิชิ : ใช่ครับ ช่วงนี้ก็ได้เริ่มแต่งเพลงอนิเมะอย่างจริงๆ จังๆ ภายใต้ชื่อ "โออิชิ มาสะโยชิ" ครับ โดยเฉพาะปี 2014 ที่ได้แต่งเพลง Kimi ja nakya dame mitai เป็น OP ให้อนิเมะเรื่อง Gekkan    Shoujo Nazaki-kun แล้วก็กลายเป็นที่รู้จักกันมาก เพราะเหตุนั้นเลยมีโอกาสมาร่วมงานครั้งนี้กับริบุคุงครับ

ริบุ : พอทราบว่าโออิชิซังที่ผมชื่นชอบมาตั้งนานแล้วเริ่มหันมาสู่วงการเพลงอนิเมะ พลอยรู้สึกอยากให้แต่งเพลงให้ผมบ้าง รู้สึกเกรงใจอยู่เหมือนกันแต่ก็ลองขอไปดู

 

การเดินทางของริบุ มิกิโตะP และ Sound Schedule

__________________________________________________________________

 

 ── อัลบั้มครั้งนี้ไม่เพียงแต่ได้โออิชิซังมาแต่งเพลงให้ ยังมีฟุรุคาวะ ยูทากะซัง และโอคิอิ เรอิจิซังมาร่วมแต่งเพลงให้ด้วย ริบุซังเองก็เป็นคนติดต่อไปเหรอ

ริบุ : แน่นอนครับ อัลบั้มนี้เหมือนเป็นการผสมผสานเพลงที่ผมฟังในช่วงม.ปลายและมหาวิทยาลัยเข้าด้วยกัน อัลบั้มแรกของผมส่วนใหญ่เป็นเพลงโวคาลอยด์ ไม่ค่อยมีเพลงแต่งใหม่เท่าไร อยากจะแสดงถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นอุไตเตะของผมมากกว่า จากนั้นก็เริ่มโฟกัสไปที่ริบุในฐานะอุไตเตะว่าเติบโตมายังไง ตั้งแต่ประถม ม.ต้น ม.ปลาย จนถึงมหาวิทยาลัย เป็นการนำเสนอความเป็นมาของแนวเพลงที่ผมฟังมาจนถึงปัจจุบัน

โออิชิ : นั่นสินะครับ ครั้งแรกที่เจอ ผมถามว่าปกติฟังดนตรีแนวไหน ริบุคุงก็ตอบมาว่า "ฟังพวก SUPER BUTTER DOG น่ะครับ" ผมพลางคิดว่า "เอ๋!? ฟังเพลงแนวนั้นด้วยเหรอ!?" แต่ก็บอกมาว่าชอบ Sound Schedule ด้วย เพราะฉะนั้นให้ผมแต่งให้ก็ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่ใช่โวคาลอยด์P เป็นหน้าใหม่ที่เพิ่งจะยื่นขาข้างเดียวเข้าไปในสังคมนิโกะ เหมือนริบุคุงเป็นคนชักชวนให้ผมได้เจอกับโลกใหม่อีกใบหนึ่งก็ว่าได้

มิกิโตะP : ของผมก็เหมือนกัน ผมเองก็ฟัง SUPER BUTTER DOG และ Sound Schedule เหมือนริบุคุง

ริบุ : จริงเหรอครับ ดีใจจังเลย

โออิชิ : มีโวคาลอยด์P หลายคนบอกว่าฟัง Sound Schedule ก่อนหน้านี้ buzzG ซังก็พูดเหมือนกัน

มิกิโตะP : แล้วอีกอย่าง ผมกับโออิชิซังเองก็อยู่ใกล้ๆ กันนะ Sound Schedule เดิมทีมาจากโกเบใช่ไหมล่ะ

โออิชิ : โกเบครับ

มิกิโตะP : ที่จริงผมก็เคยมีวงดนตรีที่โกเบเหมือนกันครับ แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เพิ่งเริ่มหลังจากที่ Sound Schedule เล่นไปไม่รู้ตั้งกี่ปีแล้วเหมือนกัน

โออิชิ : จริงเหรอ!? เดี๋ยวนะ น่าจะรีบบอกมาสิ เรื่องแบบนั้นน่ะ (หัวเราะ)

── ฮ่าๆๆ! (หัวเราะ) ที่จริงแล้วโออิชิซังก็เป็นรุ่นพี่แถวบ้านนี่เอง

มิกิโตะP : ใช่ครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เลยตื่นเต้นมาก

โออิชิ : จริงเหรอเนี่ย รู้สึกดีใจยังไงไม่รู้ ช่วงนี้ก็รู้สึกได้ว่าโลกมันกลมเหมือนกันนะเนี่ย

── โออิชิซังเองก็คงดีใจที่ได้เจอคนที่มีความเกี่ยวข้องแบบนี้เหมือนกัน 

โออิชิ : เรื่องนั้นดีใจสุดๆ เลยครับ สิ่งที่ผมเผยแพร่ได้ส่งต่อถึงรุ่นถัดไป แล้วจากนั้นก็ส่งให้รุ่นต่อๆ ไปอีก ถึงแม้ในช่วง 14 ปีที่ผ่านมาจะไม่ได้ทำงานเพลงตลอดเวลา แต่ก็รู้สึกดีใจที่ยังทำงานเพลงต่อมาครับ

 

บทเพลงของมิกิโตะP ที่หลอมรวมกันเป็นริบุ

__________________________________________________________________

 

 ── จากนี้จะขอพูดถึงเพลงของแต่ละคนในอัลบั้ม singing Rib เริ่มจากเพลง Akaito ของมิกิโตะP เพลงนี้เรียกได้ว่าเป็นบทสรุปของ Sarishinohara และ Yonjuunana เลยใช่ไหม

มิกิโตะP : ใช่ครับ ทีแรกหลังแต่งเพลง Yonjuunana ก็เคยพูดว่าคงไม่มีเพลงที่ 3 อีกแล้วล่ะ (หัวเราะ) ตอนนั้นยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำออกมาในรูปแบบไหน แต่แน่นอนว่าอิมเมจของบทเพลงต้องเป็นริบุคุง  ร้องอยู่แล้ว ถึงจะเป็นอย่างนั้นไม่ว่าจะมี singing Rib หรือไม่ ก็อยากแต่งเพลงที่ 3 นี้ออกมาอยู่ดีครับ

── ถึงยังไงริบุซังกับมิกิโตะP ก็เดินทางร่วมกันมาตั้งแต่อัลบั้มแรก

ริบุ : ใช่ครับ ทั้ง Sarishinohara, Yonjuunana และ Akaito เหมือนเป็นเพลงที่หลอมรวมขึ้นมาเป็นริบุ ตอนที่อัดเสียงเพลง Akaito พอลองย้อนกลับไปนึกถึงเรื่องราวของเพลงก่อนๆ ในซีรีส์ก็เริ่มรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาเลยครับ

── มีความรู้สึกร่วมไปกับเรื่องราวด้วย 

ริบุ : นอกจากนั้นเพลง Sarishinohara เองก็เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น ทั้งภาพที่ CHRIS ซังวาดและวิดีโอประกอบ รวมกันเป็นเรื่องราวจนมาถึงเพลงจากมุมมองของผู้ชายใน Yonjuunana ทั้งสองเพลงนั้นยังได้ตีพิมพ์เป็นฉบับนิยายและมังงะอีกด้วย เหมือนได้แต่งเติมองค์ประกอบจนเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา เพราะฉะนั้นเลยเกิดเพลง Akaito ต่อเนื่องกันมา การเติบโตนั้นเหมือนกับตาข่ายที่เชื่อมกัน น่าติดตามดีนะครับ

── ครั้งแรกที่แต่ง Sarishinohara มิกิโตะP เองก็คงไม่ได้คาดว่ามันจะไปไกลถึงขนาดนี้

มิกิโตะP : ถ้าผมหวังไว้ขนาดนี้ ผมคงเป็นคนที่ค่อนข้างสุดยอดเลยนะ (หัวเราะ)

ริบุ : เป็นคนที่สามารถมากเลย (หัวเราะ)

มิกิโตะP : เพราะฉะนั้น พอคิดว่าคงแต่งเพลงอารมณ์นี้ไม่ได้อีกแล้วก็รู้สึกเสียดายขึ้นมานิดหน่อย แต่ผมคิดว่า    Akaito เป็นเพลงปิดท้ายที่ดีเลยล่ะ อยากให้ออกมาสดใสๆ หน่อย

 ── สดใสแบบไหนเหรอ

มิกิโตะP : ถึงแม้ว่าจะแยกจากกันแล้ว แต่ทั้งสองก็ยังเดินต่อไปข้างหน้า ทุกอย่างอาจจะยังคงดำเนินต่อไป ไม่   ต้องตัดสินบทสรุปอะไร อยากให้สามารถนึกภาพหลายๆ แบบออกมาได้ จริงๆ แล้วชื่อเพลง Akaito เองหมายถึง Akai ito (ด้ายแดง) กับ a Kite ได้ทั้งสองความหมาย สำหรับ Kite ที่แปลว่า ว่าว ผมจะสื่อว่า ถึงแม้ริบุคุงจะเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะสูงขึ้นไปแค่ไหน ก็ยังอยากให้ผูกพันกับแฟนๆ และผู้ฟังทุกคนเหมือนเดิม

ริบุ : เรื่องนี้เพิ่งรู้ครั้งแรกเลยนะครับเนี่ย เป็นอย่างนี้นี่เอง!

 

 

 
 
 
ถ้าทุกคนสนุกไปด้วยกัน จะให้เป็นหมาหรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น!

__________________________________________________________________

 

 ── เพลง Fakushin ryoiki destryoer ของโออิชิซัง มีที่มาจากไหนเหรอ

โออิชิ : หลังจากได้คุยกันก็ถามว่าอยากให้แต่งเพลงแบบไหน ประกอบกับแนวเพลงที่ริบุคุงชอบและคอนเซ็ปต์อัลบั้ม พอดีกับที่ริบุคุงบอกว่าอยากได้เพลงแนว OP โนซากิคุง ที่เป็นแนวฟังกี้ผสมป็อป ทั้งเท่ ตลก แต่ก็น่ารักในอัลบั้มพอดี เลยแต่งออกมาเป็นเพลงนี้ครับ

── โออิชิซังถนัดอะคูสติกแนวฟังก์อยู่แล้วด้วยใช่ไหม 

โออิชิ : ไม่หรอกครับ ความจริงผมเพิ่งเริ่มแต่งเพลงฟังก์ได้เพราะ Kimi Ja Nakya Dame Mitai ของโนซากิคุงนี่เอง ผมไม่ได้ฟังเพลงฟังก์มาตลอด แต่ได้ฝึกกีตาร์อย่างหนักมาเรื่อยๆ จนคนเดียวก็เริ่มเล่นได้เลยลองทำออกมาดูว่าจะเอนเตอร์เทนได้มากแค่ไหน ผมเลยได้เจอจุดที่ผสานกันลงตัวของแนวฟังก์กับป็อปออกมาเป็นอะคูสติกกีตาร์ในแบบของผมเอง สุดท้ายเลยเกิดมาเป็นเพลงนี้ครับ อีกอย่างผมเองชอบแต่งเรื่องราวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านั้นก็มาโลดแล่นในเพลงๆ นี้ด้วยเช่นกัน

── เรื่องราวที่ว่าคืออะไร 

โออิชิ : คราวนี้มีวิดีโอประกอบเลยค่อนข้างจะเข้าใจง่าย อยากแต่งเพลงที่พอฟังจบแล้วรู้สึกอบอุ่น นึกถึงเจ้าหมาบ้าง ช่วงนี้รู้สึกอยากแต่งเพลงที่ให้ผู้ฟังได้ร่วมสนุกไปด้วยแบบนั้น ครั้งนี้ผมก็ได้มีส่วนร่วมให้เสียงสุนัขด้วยเหมือนกัน ถ้าทุกคนสนุกไปด้วยกัน จะให้เป็นหมาหรืออะไรก็ได้ทั้งนั้น! ประมาณนั้นแหละครับ (หัวเราะ)

มิกิโตะP : ฮ่าฮ่าฮ่า!

โออิชิ : ถ้าคิดว่าผมเป็นหมาที่ริบุคุงเลี้ยงไว้ด้วยก็คงจะสร้างความฮาได้ไม่น้อยเลยใช่ไหมละครับ ทำให้ทุกคนคิดว่า "ทำอะไรน่ะ โออิชิซัง" ได้ก็คงจะดีใจน่าดูนะครับ

── มีความคิดแบบนั้นด้วยสินะ

โออิชิ : อีกอย่างคือ ผมอยากดึงเสียงร้องแบบต่างๆ ของริบุคุงออกมาด้วย อยากให้คนฟังแปลกใจว่า "ร้องแบบนี้ก็ได้ด้วย" หรือ "จะร้องแบบไหนก็เพราะทั้งนั้นเลยนะ" ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะครับ

ริบุ : ที่จริงตอนอัดเสียงเพลง Fukashin ryoiki destroyer โออิชิซังก็ให้คำแนะนำหลายอย่าง ได้เรียนรู้เยอะเลยครับ จากโอคิอิซังกับฟุรุคาวะซังก็ด้วย สำหรับผม ทุกคนเป็นซูเปอร์สตาร์ การได้พบปะกันถือว่าเป็นเกียรติอย่างมาก เป็นการอัดเพลงที่ดีมากจริงๆ ครับ

── อัลบั้มนี้มีเพลง "singing" ที่ริบุซังแต่งเองอยู่ด้วย อยากทราบว่าอะไรทำให้เกิดเพลงนี้ขึ้นมา

ริบุ : ชื่ออัลบั้ม "singing Rib" เป็นชื่อไอดีทวิตเตอร์ของผมด้วยเหมือนกัน อัลบั้มครั้งนี้เป็นการกลับสู่จุดเริ่มต้นอย่างหนึ่ง ในใจผมก็คิดอยากให้ตอนจบเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นเลยลองมานึกว่า ยังมีเรื่องที่ยังไม่ได้ทำอยู่อีกหรือเปล่า เลยคิดขึ้นมาได้ว่าผมยังไม่เคยส่งข้อความให้คนฟังเป็นคำพูดและเมโลดี้ของผมเองเลยนี่ ถ้าไม่เขียนก็คงไม่ได้แล้วล่ะ ดังนั้นเลยเกิดเพลง singing ขึ้นมาครับ

── เอามารวมแล้วก็ให้ความรู้สึกเป็นคอลเล็กชั่นดีเหมือนกัน

ริบุ : ใช่ครับ จะว่าเป็นคอลเล็กชั่นหรือตอนจบก็เถอะ จะให้มาจบแบบแปลกๆ ก็คงไม่ได้ ผมเลยพยายามเต็มที่ครับ (หัวเราะ) สิ่งที่ผมสามารถทำได้ก็พยายามงัดออกมาให้หมด แต่ก็ไม่ทำอะไรที่เกินตัวจนเกินไป และพยายามเขียนออกมาเป็นบทเพลงเพลงนี้ครับ

 


ไลฟ์ต้องเริ่มจากการฟิตร่างกาย 

__________________________________________________________________

 

 ── ปีที่แล้วริบุซังมีวันแมนไลฟ์ด้วย ตอนขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีตอนนั้นรู้สึกยังไงบ้าง  

ริบุ : ก่อนหน้านี้ผมเคยไปร่วมแสดงกับอุไตเตะคนอื่นๆ ในไลฟ์ ได้ร้อง 2-3 เพลงก็มีอยู่บ่อยๆ แต่พอมาเป็นวันแมนไลฟ์แล้ว ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลยครับ ที่จริงหลังทำอัลบั้มแรกเสร็จ เคยคุยกับมิกิโตะP เรื่องการจัดคอนเสิร์ตมาบ้างแล้ว ได้คุยกันตอนขึ้นรถไฟฟ้ากลับบ้านหลังประชุมงานหนึ่ง

มิกิโตะP : จำได้ๆ

ริบุ : อ้ะ จำได้ด้วยเหรอครับ (หัวเราะ) ตอนนั้นที่ได้ยินคือประโยคที่ว่า "สำหรับฉัน ไลฟ์ต้องเริ่มจากการฟิตร่างกาย" ตอนแสดงวันแมนที่ต้องร้อง 20 เพลง ผมก็นึกถึงประโยคนั้นขึ้นมา

โออิชิ : เรื่องฟิตร่างกายนั่นจริงนะ พอแก่ตัวลงก็จะรู้เอง หายใจหายคอแทบไม่ทัน

ริบุ : จริงเหรอครับ (หัวเราะ)

มิกิโตะP : ที่จริงตอนผมพูดแบบนั้น เพราะคิดว่าตัวเองยังไม่แข็งแรงพอน่ะครับ (หัวเราะ) แต่ว่าริบุคุงที่จำคำพูดที่ไม่ได้คิดอะไรของผมมาแบบพูดถึงแบบนี้ "ก่อนหน้านี้มิกิโตะซังก็เคยพูดแบบนี้ไม่ใช่เหรอครับ" (หัวเราะ) ผมคิดว่าจุดนั้นน่ารักดีนะ

ริบุ : ฮ่าๆๆ! (หัวเราะ)

โออิชิ : ผมมีโอกาสได้ไปดูวันแมนแรกของริบุคุง มันสุดยอดมากเลยนะ ผมถึงกับสงสัยว่านี่ครั้งแรกจริงๆ น่ะเหรอ เวทีอะไรก็ตั้งใจทำดีมาก ได้ฟังเสียงริบุคุงร้องเพลงที่ผมแต่งนี่มันตื่นเต้นไปเลยนะ ผมกลับออกไปทางออกเดียวกับคนอื่นๆ ทุกคนยิ้มแย้มดูมีความสุขกันทั้งนั้น ตัวผมเองก็รู้สึกมีความสุขด้วยเหมือนกัน

ริบุ : ขอบคุณมากครับ!

 
 
 
ยังมีด้านน่ารักๆ ที่ยังไม่เปิดเผย 

__________________________________________________________________

 

 ── ถ้าอย่างงั้น สุดท้ายนี้โออิชิซังและมิกิโตะP ช่วยเล่าให้ฟังถึงเสน่ห์ของริบุซังและมีเรื่องอะไรที่คาดหวังในตัวริบุซังหลังจากนี้บ้างไหม

โออิชิ : ก่อนอื่นเลย เสน่ห์ของริบุคุงก็คือเสียงครับ ถ้าให้พูดกันตรงๆ ก็คือ เสียงเท่มาก มีเสียงที่ "ทุกคนคงจะชอบนะ" อยู่ในตัว คงจะกินใจวัยรุ่นได้ง่ายๆ ตัวผมเองยังเคยมีช่วงเวลาที่ฟังแล้วใจเต้นขึ้นมาเลยล่ะครับ

ริบุ : ใจดีเกินไปแล้วครับ

โออิชิ : ไม่แฟร์เลยนะ มีอาวุธเป็นเสียงเพียงอย่างเดียวก็มาไกลได้ถึงจุดนี้แล้ว สามารถเปิดโลกให้กว้างขึ้นได้ถึงขนาดนี้ ผมคิดว่าสุดยอดไปเลยนะ ศิลปินที่จะก้าวมาระดับนี้ต้องอาศัยทั้งบทเพลง การแสดง และภาพลักษณ์ ประกอบกันเพื่อที่จะดึงดูดผู้ชม แต่ริบุคุงไม่ใช่แบบนั้น แค่เสียงอย่างเดียวก็ชนะขาด แค่มีเสียงอย่างเดียวจริงๆ ผมในฐานะนักร้องยังแอบอิจฉาเลยครับ ทั้งเสียงที่มีคุณภาพ แถมเป็นที่รักของทุกคนอีก ผมนี่แอบชอบมากอยู่ฝ่ายเดียวเลย ไม่รู้ว่าริบุคุงจะคิดยังไงเหมือนกัน...

ริบุ : ไม่หรอกครับ ผมเองก็ชอบมากเหมือนกันนะ (หัวเราะ)

โออิชิ : ถึงผมจะไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะมาพูดอะไรแบบนี้ได้ก็เถอะ แต่ต่อจากนี้คงจะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง มีเรื่องสนุกๆ เข้ามามากมาย หรืออาจจะต้องเผชิญกับอุปสรรค แต่ถัดไปอีก 10 ปี 20 ปี ก็ยังอยากให้เป็นศิลปินที่สามารถร้องเพลงได้แบบนี้ต่อไป เป็นคนที่มีพรสวรรค์ทางด้านเสียงเพลงจริงๆ แล้วอีกอย่าง มาสนิทกันให้มากขึ้นเถอะนะครับ (หัวเราะ)

── แล้วมิกิโตะP ล่ะ

มิกิโตะP : ริบุคุงร้องเพลงเก่ง หน้าตาก็ดี แต่จริงๆ แล้วเวลาไปดื่มกันเนี่ยมีเรื่องน่ารักๆ อยู่เต็มเลยนะ

ทุกคน : (หัวเราะ)

มิกิโตะP : อาจลงรายละเอียดไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกด้านที่น่ารักๆ ของริบุคุงที่แฟนๆ หรือผู้ชมยังไม่มีโอกาสได้   เห็นอยู่เหมือนกัน แทนที่จะมองว่าเท่ ร้องเพลงเพราะ เพอร์เฟ็คต์! แต่มีด้านที่อยากพูดออกมาว่า "หมอนี่มันไม่ไหวแล้วนะเนี่ย" อยู่ด้วย แต่ถึงเป็นแบบนั้นก็ยังเป็นที่รักของทุกคนอยู่ เพราะฉะนั้นเลยอยากให้ทุกคนได้เห็นด้านอื่นๆ ของริบุคุงด้วย

── ถ้าอย่างนั้น คราวหลังมิกิโตะP จะเริ่มเผยด้านเหล่านั้นของริบุซังออกมาใช่ไหม

มิกิโตะP : นั่นสินะ แฉซะเลยดีไหม (หัวเราะ)

ริบุ : รบกวนด้วยครับ (หัวเราะ)

 

Comment

Comment:

Tweet

โอ๊ยยยยยยย...อ่านไปเขินไปยิ้มไป
ริบุซังน่ารักกกกกก. ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ
บ้าผู้ชายคนนี้ขึ้นไปอีก
เริ่มเเรกที่ชอบริบุซังก็เป็นเพราะเสียงริบุซังน่ะเเหละ
ริบุซังงงงงงงงงง~~~

#4 By กาลเวลา on 2015-04-19 13:51

ฝากด้วยนร๊า สติ๊กเกอร์ไลน์น่ารักกวนๆ ขอบคุณจร้า
คลิก >> https://store.line.me/stickershop/product/1083371/en

#3 By (125.24.146.196|125.24.146.196) on 2015-04-16 17:57

ขอบคุณคำแปลค๊าา
ริบุซังงง 
บ้าผุ้ชายคนนี้มากขึ้นทุกวันๆ 

#2 By Sweet' (171.97.177.156|171.97.177.156) on 2015-03-09 15:20

ฮืออออ สครีมมมมม ริบุซัง น่ารัก T______T

#1 By โทริบุ (14.207.52.155|14.207.52.155) on 2015-02-20 14:15